หน้าเว็บ

hello

hello
ยินดีต้อนรับสู่บ้านของเราค่ะ

วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เมลาโทนิน กินนานๆแล้วติดไหม

นาทีนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ใครๆก็รู้จักเมลาโทนิน 
โดยเฉพาะท่านที่มีปัญหาด้านการนอนหลับ 
หลับไม่ลึก หลับยาก หรือหลับแล้วชอบตื่นกลางคืนและนอนต่อไม่ได้

การผลิตเมลาโทนินธรรมชาติลดลงตามอายุและลดลงเพราะ
มีความเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการนอนหลับโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุ
   บางท่านก็เรียกเมลาโทนินว่าวิตามินชะลอวัย เอ๊ะยังไงกัน

"เมลาโทนินเป็นฮอร์โมนที่ผลิตจากสารเซโรโทนิน (Serotonin) 
ที่เซลล์ไพเนียล ( pinealocytes) ซึ่งอยู่ในต่อมไพเนียล (pineal gland) 
เป็นส่วนหนึ่งของสมองส่วนกลาง และช่วยการกระตุ้นการปรับเปลี่ยนระบบนาฬิกาของร่างกาย 
(circadian rhythm) 
เมลาโทนินเหนี่ยวนำให้เกิดการนอนหลับลึก 
ช่วยกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth hormone) 
ความผิดปกติเรื้อรังของการนอน อาจทำให้หยุดการเจริญเติบโตก่อนเวลาอันควร 
ประโยชน์ด้านอื่น ๆ ของเมลาโทนินยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ 
แต่ก็ไม่สามารถรักษาโรคได้ ที่สำคัญยังมีผลต่อระบบสืบพันธุ์ (
gonad: ทำให้ต่อมบ่งเพศเล็กลง 
ในที่นี้คือ รังไข่ในเพศหญิง และอัณฑะในเพศชาย) 
และการควบคุมกระบวนการทางชีวภาพและการเกิดอนุมูลอิสระ 
ดังนั้นจึงต้องคำนึงถึงการใช้เมลาโทนิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลด (หรือเพิ่มขึ้น) 
ของปริมาณของเมลาโทนินในเลือด
ทำให้เกิดปัญหาการนอนหลับหรือความผิดปกติของวงจรการหลับและการตื่นในรอบวัน"
[จากwikipedia]
+++++++++++++++++++++++
ในเชิงความรู้คร่าวๆแล้ว ทีนี้ในทางการทานแบบจริงๆของผู้เขียนนะคะ
ขอบอกก่อนว่า ทั้งหมดคือการทดลองของตัวเอง
ซึ่งไม่เคยทานยานอนหลับ เพราะงั้นบางท่านที่เคยทานยานอนหลับ
อาจไม่มีผลเหมือนกับตัวผู้เขียนนะคะ
++++++++++++++++++++++
เริ่มทานเมลาโทนินกระปุกแรกมาตั้งแต่เกือบ 10ปีที่แล้ว
เนื่องจากเป็นคนเดินทางบ่อย และนอนหลับยาก
ชอบท่องเที่ยวแบบแบ็คแพ็คเกอร์ และนอนห้องรวมในเกสเฮ้าส์
แบบที่เรียกว่า dormitory 
บางที่เพื่อนร่วมห้องขี้เกรงใจก็ดีไป 
บางที่เจอเพื่อนร่วมห้องเมากลับเข้ามา คืนนั้นก็นรกเลยค่ะ
ดังนั้นเมลาโทนินจึงเป็นตัวช่วยอย่างดี ที่ทำให้รอดพ้นจากนรกน้อยๆ
++++++++++++++++++++
ทานปุ๊ปหลับเลยหรือเปล่า
ขอตอบว่า ไม่เคยรู้สึกแบบนั้นค่ะ
รู้สึกแค่ว่า พอทานแล้ว เราเข้านอนแล้วทำตัวสบายๆสักพักก็หลับไม่รู้เรื่อง
แต่มีบางครั้ง มีเพื่อนต่างชาติชวนคุย ก็ไม่หลับค่ะ..แปลกดี
เอาเป็นว่าอาการน็อคแบบการทานยานอนหลับนั้น เมลาโทนินไม่เป็นค่ะ
+++++++++++++++++++++
ทานแล้ว ตอนเช้าๆจะตื่นไหม จะหลับยาวเกินไปไหม
ขอตอบว่า ขึ้นอยู่กับเราเลยค่ะ เราตั้งนาฬิกากี่โมง ตื่นตอนนั้นได้เลย
ไม่มีอาการแฮงค์ หรือหัวหนัก หรือเพลีย
+++++++++++++++++++++++
ทานไปเรื่อยๆจะติดไหม
ตอบว่า ไม่เลยค่ะ
มินดี้ทานมา 8 ปีก็จริง แต่ไม่ใช่เป็น 8 ปีของการทานทุกวัน
บางช่วงทิ้งห่างไป3-4เดือน ทาน2-3วัน
บางช่วง ทิ้งห่างไป6เดือนก็มีค่ะ
แต่ช่วงแรกๆ ทานต่อเนื่องค่อนข้างนานเป็นเดือนนะคะ
เพราะต้องการจะปรับร่างกายให้นอนหลับเป็นเวลา
เท่าที่จะทำได้น่ะค่ะ
ก็ขอสารภาพตามตรงค่ะ ว่ามินดี้เองก็กลัวติดเหมือนกัน
แต่จากประสบการณ์อันยาวนาน ได้พิสูจน์ว่า
ทั้งหมดทั้งปวง อยู่ที่ใจเราค่ะ
+++++++++++++++++++++++++++

เดี๋ยวนี้หลับง่ายขึ้น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าส่วนนึงเป็นเพราะเมลาโทนินรึเปล่า
..........................................................
   
ในหลายๆประเทศ อย่างอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีและประเทศทางแถบยุโรป 
สามารถหาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วๆไปค่ะ 
เพราะทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการทานยานอนหลับ

(แต่ที่ไทยที่อย.ไทยยังไม่รับรองนะคะ 
อยากได้คงต้องจ้างร้านหิ้ว หิ้วเข้ามาก่อนค่ะ)
 ราคาไม่แพงเลย มีทั้ง3มก. 5มก.10มก.
เท่าที่อ่านจากเว็บของอเมริกา เค้าแนะนำว่า
โดสที่อยู่ในขั้นปลอดภัยมากๆอยู่ที่ 3 มก.ค่ะ
ซึ่งมินดี้ทานโดสนี้ ไม่ได้ทานมากไปกว่านี้ค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2555

Milk Thistle Silymarin ปกป้องตับจากสารพิษ

หมู่นี้กระแสดีท็อกซ์ตับมาแรงค่ะ
ใครๆก็อยากดีท็อกซ์ตับโดยเฉพาะคนที่เสี่ยงกับการรับสารพิษ
เข้าไปสะสมในตับค่ะ
มิ้ลค์ทิสเซิ่ล เป็นอาหารเสริมดีท็อกซ์ตับตัวหนึ่ง 
ซึ่งเริ่มมีผู้นำมาใช้ค่อนข้างแพร่หลาย
โดยเฉพาะท่านที่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่เป็นประจำ
Milk Thistle จะช่วยได้มาก เนื่องจากตับจะมีความเสื่อมลง  
เพราะตับเป็นเครื่องกรองของเสียที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย 

เมล็ดของต้นMilk Thistle เป็นยารักษาตับ 
ซึ่งมีสารออกฤทธิ์ชื่อว่า Silymarin 
สารตัวนี้ทำหน้าที่เหมือน Antioxidant ที่ดี  
และMilk Thistleยังเสริมให้การทำงานของตับแข็งแรงและทำงานดีขึ้น

นอกจากนี้การเป็นโรคที่เกี่ยวกับตับจะทำให้ลมหายใจมีกลิ่นอีกด้วย
อันนี้เรื่องใหญ่นะคะ อาจทำให้สาวๆหนุ่มๆ ชิ่งห่าง
เพราะกลิ่นเหม็นๆที่บางทีเราอาจไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงก็ได้


Milk Thistle ยังช่วยปกป้องตับจากการทำเคมีบำบัดในผู้ป่วยโรคมะเร็ง 
ช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้นและเร่งขับสารพิษที่ตกค้างในร่างกาย

Milk Thistleช่วยลดอาการอักเสบ ของโรคสะเก็ดเงินได้


และด้วยการที่ Milk Thistle สามารถขับสารพิษและลดอาการอักเสบของผิวได้
ในอีกทางเลือกของผู้ที่ทานอาหารเสริม จะทานมิ้ลทิสเซิ่ล
เพื่อขับสารพิษและลดอาการอักเสบของสิวค่ะ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ใช้ตัวเดียวอาจจะเห็นผลช้าไป
เค้าจึงจับคู่ กับอัลฟาไลโปอิก เพื่อช่วยเร่งซะเลย
+++++++++++++++++++++++
ทีนี้เป็นเรื่องค่ะ
พอมิ้ลทิสเซิ่ล ไปอยู่กับอัลฟาไลโปอิก ซึ่งสรรพคุณอย่างนึง
ของอัลฟาไลโปอิกคือ เมื่อทานคู่กับอาหารเสริมต้านอนุมูลอิสระ
และยิ่งเป็น ตัวที่ไปเพิ่มการทำงานของกลูตาไธโอนในร่างกาย
แบบธรรมชาติแล้ว
ผลข้างเคียงที่ได้รับคือ ผิวกระจ่างใสขึ้น
ทีนี้ คนที่ไม่ได้ทานเหล้าสูบบุหรี่่ ก็หันมาทานมิ้ลทิสเซิ่ลแทนกลูตาก็มีค่ะ
++++++++++++++++++++++
อย่างไรก็ตาม
จะทานอะไร มินดี้ไม่อยากให้ทานตามกระแสนะคะ
เลือกทานตัวที่เหมาะกับเรา เหมาะกับปัญหาเรา
และหาข้อมูลเยอะๆนั่นละ ดีที่สุดค่ะ^^





วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554

คุยกันเรื่อง shea butterเชียร์บัตเตอร์

บทความจากเฟสบุคค่ะ

หลายปีก่อน มินดี้ไปเยี่ยมพ่อแม่และน้องที่อเมริกา สมัยที่ยังอยู่แอตแลนตา เจอshea butter ที่บ้าน วางเต็มหน้ากระจก พอเข้าห้องอาบน้ำก็เจอพวกสบู่สีดำๆ วางอยู่ ถามที่บ้านได้ความว่า ช่วงนี้เค้ากำลังเห่อสินค้าของคนแอฟริกา เนื่องจากอากาศแถบแอตแลนตาค่อนข้างหนาว และพอหน้าร้อนก็จะร้อนมากๆ สินค้าแนวธรรมชาติๆแถบแอฟริกาจึงเป็นที่นิยมทั้งคนผิวสีและคนขาวในอเมริกาค่ะ
น้องสาวบอกว่าดูผิวคนแอฟริกาซิ สวยมาก ริ้วรอยก็มาช้า ผิวเนียนจนแก่ 
(อย่าว่าโง้นงี้เลยนะคะคุณแม่นี้กระ ฝ้าเต็มตัว 
ใช้สบู่แอฟริกามา2-3ปีแล้ว กลับไทยทีมีแต่คนถามว่าไปทำอะไรมา 
เค้าต้องตัดสบู่ที่แบกมาเป็นก้อนเล็กๆแบ่งให้ญาติไปใช้ฟอกหน้ากัน 555)
เข้าเรื่องดีกว่า ..............
จริงๆจะต้องอ่านว่าเชบัตเตอร์ 
แต่ถ้าไม่พิมพ์เชียร์บัตเตอร์ก็กลัวจะไม่มีใครรู้จักอ่ะค่ะ ตัวนี้เป็นที่นิยม
สำหรับสาวๆ ในประเทศที่อากาศแห้งมากๆค่ะ 
เพราะนำความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิวได้รวดเร็ว
2ปีที่แล้ว เชบัตเตอร์ของเครื่องสำอางค์ฝรั่งเศสยี่ห้อนึง 
มีช็อปในไทยด้วย โด่งดังมาก ถึงขนาดขาดตลาดกันทีเดียว แม่ค้า+แอร์ หิ้วมาขายกันเป็นว่าเล่น กระแสของเชียร์บัตเตอร์ในไทยดีขึ้นเรื่อยๆค่ะ ขนาดประเทศเราร้อนมากๆนะคะ
shea butterมาจากธรรมชาติ มาจากผลของ ต้นเชียร์ 
ซึ่งปลูกในตะวันตกของทวีป Africa  นำมาทุบหรือบด แล้วนำมาต้มกับน้ำ 
จนกระทั่ง เนื้อเนยหรือ บัตเตอร์ แยกตัวอยู่บนสุด เค้าใช้กันมาเป็นร้อยๆปีค่ะ

ช่วยลดรอยแผล รอยแห้ง รอยสากๆจากแสงแดด ลม ความร้อนได้ 
เมืองไทยเราอากาศร้อน เราใช้ทาแค่บางจุดที่แห้งๆก็พอค่ะ 
แต่ที่ต่างประเทศ ยิ่งประเทศอากาศแห้งๆแล้ว ยิ่งจำเป็นอย่างมากค่ะ

ข้อเสียก็มีค่ะ คือ ช่วงที่ทาเชียร์บัตเตอร์ที่เป็นน้ำมันเข้าผิว 
จะเหนียว ต้องให้เวลาที่เชียร์บัตเตอร์จะซึมเข้าผิวนิดหนึ่ง 
บางคนจะไม่ชอบกลิ่นธรรมชาติๆ ของเชียร์บัตเตอร์ 
ญี่ปุ่นเค้าเลยผลิตแบบ80%ที่ผสมกลิ่นหอมๆให้ใช้กันง่ายขึ้นค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2554

นมผึ้ง..อาหารผึ้งนางพญาสู่ความงามของผิวพรรณ

นมผึ้งก็คือ อาหารของผึ้งนางพญา และตัวอ่อนของผึ้ง ซึ่งนมผึ้งนี้ ผลิตจากต่อม Hypopharyngeal ที่อยู่ในส่วนหัวของผึ้งงาน แล้วนำไปเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงราชินีและบรรดาตัวอ่อนของผึ้ง ซึ่งจะช่วยให้ราชินีผึ้งมีอายุยืนและและบรรดาตัวอ่อนของผึ้งก็จะค่อยๆ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ

สารอาหารในนมผึ้งหรือรอยัลเจลลี่ เกสรผึ้ง น้ำผึ้ง มี 58 ชนิดของสารอาหารหลัก 5 หมู่รวม 63ชนิดที่จำเป็นต่อร่างกายมนุษย์

คุณประโยชน์ของนมผึ้ง

1.กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศหญิงและชายให้สมดุล  และเพิ่มสรรถภาพในการสร้างสเปริม์และช่วยให้การสุกของไข่ในสตรีจะมีประจำเดือนมาไวและหมดประจำเดือนช้าลง  ผลคือ  คงความสาวหนุ่มได้นานกว่าปกติ และเพิ่มสมรรถภาพทางเพศให้คงอยู่ได้นาน

ช่วยบรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือน จนถึงวัยหมดประจำเดือนของผู้หญิง

2.นมผึ้งดีต่อระบบประสาท ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น เพราะในนมผึ้งมีกรดสำคัญที่มีชื่อว่า  Decenonic acid  ซึ่งเป็นกรดจากธรรมชาติ และมีวิตามินบี ซึ่งในวิตามินบีจะมี ไธอามีน ไรโบฟลาวิน ไบโอติน ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด และช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น สงบขึ้น

ช่วยบำรุงสมองให้มีสติปัญญาดีขึ้น มีความจำดีขึ้น

3.นมผึ้งช่วยคงความอ่อนเยาว์ ชะลอวัย ช่วยบำรุงผิวพรรณ ร่างกายเราจะปรับตามฮอร์โมนที่เรามีตามธรรมชาติ แถมยังให้ผลข้างเคียงน้อยกว่าด้วย  ผิวพรรณจึงดูสดใสขึ้น 

4.  นมผึ้งช่วยลดการอักเสบของข้อและเนื้อเยื่อต่างๆ  มีผลเหมือนสารสเตียรอยด์ แต่ไม่มีอันตรายและผลข้างเคียง

5.  ช่วยให้หัวใจเต้นสม่ำเสมอ  ทำให้สูบฉีดโลหิตหมุนเวียนแบบธรรมชาติ คนสูงอายุหรือผู้ป่วยจะรู้สึกสดชื่นขึ้นแข็งแรงกระปรี้กระเปร่าขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ไข่ตก..สมาธิตก

ปกติผู้หญิงมักเกิดอาการเหวี่ยงและหิวบ่อยขึ้นในช่วงมีประจำเดือน(อันเป้นช่วงไข่ตก) แต่มันอาจไม่ใช่ แค่นี้แล้วก็ได้ เพราะมีผู้พบว่า ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่พุ่งสูงในช่วงไข่ตกนั้นมีผลต่อสมาธิของสาวๆด้วย  ทั้งนี้ ดร.เวย์ เบรก(Wayne Brake)ผู้เขียนหนังสือ Brain and cognition เผยว่า ในช่วงไข่ตกผู้หญิงอาจเรียนรู้งานใหม่ๆ ได้ล่าช้าลง เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนไปรบกวนการทำงานของศูนย์กลางการเรียนรู้ของสมอง  ทักษะในโฟกัสจึงลดต่ำลง  ดังนั้นสาวๆอาจต้องเปลี่ยนมาทำงานที่มีเนื้องานซับซ้อนและต้องการสมาธิในช่วงอื่นแทน

ข้อมูลจากนิตยสาร women ‘s health ฉบับเดือน พค.2011

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

สุดยอดคุณประโยชน์ของชาเขียว

ชาเขียวช่วยสลายไขมันหน้าท้อง

คนอ้วนจะเผาผลาญไขมันหน้าท้องจากการออกกำลังกายได้มากขึ้น 7% ถ้าดื่มชาเขียว ผสมกาเฟอีน เมื่อเทียบกับเครื่องดื่มกาเฟอีนชนิดอื่นๆ จากผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ใน The journal of Nutrition

ชาเขียว ช่วยให้ฟันแข็งแรง

ดื่มชาเขียว 2 แก้ว หรือมากกว่านี้ต่อวัน ฟันจะแข็งแรง ไม่โยกหรือหลุดได้ง่ายๆ จากผลการวิจัยชิ้นใหม่ที่ตีพิมพ์ใน Preventative Medicine

ชาเขียว ช่วยลดค่า BMI

คนที่ดื่มชาเขียว  2-3 แก้วต่อวัน มีแนวโน้มที่จะมีค่า BMI ลดลงและ นน.ตัวลดลง ผลการวิจัยของ University of Connecticut

ชาเขียว ช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดมะเร็งผิวหนัง

ชาเขียว สามารถซ่อมแซมดีเอ็นเอที่เสื่อมจากรังสียูวีบีได้ นอกจากนี้ยังลดอัตราเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งของเซลล์สร้างเม็ดสีได้อีกด้วย จากการทดลองกับสัตว์ที่ตีพิมพ์ใน  Cancer Prevention Research

ชาเขียว ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง

ดื่มชาเขียว  3แก้วต่อวัน ช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ 21 % จากผลการวิจัยในปี 2009

ชาเขียว ลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปอด

 จากผลการวิจัยที่ยังไม่ได้ตีพิมพ์  ของนักวิชาการชาวไต้หวัน ค้นพบว่าการดื่ม ชาเขียว  มากกส่า 1 แก้วต่อวัน ช่วยลดปัจจัยการเกิดมะเร็งปอดได้ โดยไม่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่หรือไม่ จริงๆแล้วคนที่ไม่สูบบุหรี่ แต่ดื่มชาเขียวทุกวัน มีอัตราเสี่ยงน้อยกว่าผู้ที่ไม่ดิ่มชาเขียวถึง 5 เท่าด้วยกัน



ข้อมูลจากนิตยสาร women's health ฉบับประจำเดือน May 2011

วันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2554

horsetailสมุนไพรที่ช่วยให้รากผมแข็งแรง

Horsetail เป็นสมุนไพรที่เติบโตอย่างแพร่หลายในพื้นที่อากาศหนาวของซีกโลกเหนือในเอเชียยุโรปและอเมริกาเหนือ

Horsetail ถูกนำมาใช้เป็นยาพื้นบ้านตั้งแต่สมัยโรมันโบราณ โดยเชื่อว่าให้การรักษาในเรื่องของการหยุดยั้งผมร่วงได้ Horsetail  อุดมไปด้วยซิลิกา ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นของร่างกาย ในการรักษาโรคกระดูกพรุน การบาดเจ็บ ปัญหาผิวและกระตุ้นการเจริญเติบโตตามธรรมชาติผม และช่วยให้ผมมีสุขภาพดี และแข็งแรง พร้อมด้วยแร่ธาตุอื่นๆ ที่มีอยู่ในฮอสเทล เช่น โพแทสเซียม,flavoniod,alkaloid,sterol กรดไขมันและอื่นๆ

นอกจากนี้ฮอสเทลยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนและให้ความแข็งแรงแก่รูขุมขน คุณสมบัติดังกล่าว จึงทำให้ฮอสเทลกลายเป็นส่วนผสมที่เราพบได้บ่อยๆในการรักษาผมร่วง

ประโยชน์อื่นๆของ horsetail

Horsetail แบบดั้งเดิมใช้เป็นยาขับปัสสาวะในการรักษาอาการบวมน้ำ และยังใช้ในการรักษาโรคกระดูกพรุน,เพิ่มความหนาแน่นของกระดูก,ทางเดินปัสสาวะอักเสบและรักษาแผล(เฉพาะที่)

ปริมาณแนะนำที่รับประทาน ครั้งละ300มก.3ครั้ง/วัน

ผู้ป่วยโรคไตและผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจควรหลีกเลี่ยงการใช้

เรื่องของเหงื่อ



เหงื่อ เป็นของเสียชนิดหนึ่งที่ร่างกายขับออกมาในรปของเหลว และจะขับออกมาทางผิวหนังหรือตามซอกต่างๆของร่างกาย มักมีรสเค็มเพราะมีเกลือเป็นส่วนประกอบ การออกกำลังกายหรือเวลาอากาศร้อนก็มีเหงื่อได้เช่นกัน
เหงื่อประกอบด้วยน้ำ99% ส่วนอีก 1% ได้แก่ โซเดียมคลอไรด์ ยูเรีย น้ำตาล ไขมัน กรดอะมิโนบางชนิด โพแทสเซียม แมกนีเซียม เหล็ก

ชนิดของเหงื่อ
ต่อมเหงื่อชนิดนี้พบทั่วตามร่างกาย ได้แก่ ผิวหนัง ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ซึ่งจะผลิตเหงื่อที่มีลักษณะใสเหมือนน้ำ ไม่มีกลิ่น เพราะร่างกายจะขับเหงื่อชนิดนี้ออกมาเมื่อทำกิจกรรมหนักๆ หรืออยู่ในสภาวะอากาศร้อน

เหงื่อที่ผลิตจาก Apocrine Sweat Glands

ต่อมเหงื่อชนิดนี้กระจายตัวอยู่บางแห่งของร่างกาย เช่น รักแร้ ขาหนีบ ทวารหนัก หัวหน่าว ก้น แผ่นหลัง เหงื่อที่ได้จะมีลักษณะเหนียวใสและมีส่วนผสมของไขมันอยู่มากจึงทำให้เหงื่อชนิดนี้มีกลิ่น ซึ่งกลิ่นเหล่านี้ทำหน้าที่ในการกระตุ้นอารมณ์เพศจึงเป็นคนละกลิ่นที่เกิดจากการหมักหมมของขี้ไคล

การขับเหงื่อ
เหงื่อจะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับสิ่งกระตุ้นของ "ความร้อน" และ "อารมณ์" ซึ่งทำให้สมองหลั่งสารเคมีชื่อ แอซีทิลโคลีน (Acetylcholine) ที่อยู่บริเวณปลายประสาทออกมากกระตุ้นต่อมเหงื่อให้ผลิตเหงื่อ

ปริมาณเหงื่อของแต่ละคนขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย คือ
ความผันผวนของอากาศ ซึ่งอากาศร้อนมีความชื้นในอากาศสูงจะทำให้เหงื่อออกมากกว่าวันที่ฝนตกซึ่งมีความชื้นในอากศต่ำ
กิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน หากต้องออกแรงมากจะทำให้เหงื่อออกมากซึ่งตรงข้ามกับผู้ที่ไม่ค่อยจะออกแรง

ปัจจัยเสริม

โรคบางชนิดสามารถทำให้ปริมาณของเหงื่อเปลี่ยนแปลได้ เช่น โรคเครียด ต่อมไทรอยด์เป็นพิษหรือคอพอก วัณโรค เบาหวาน โรคหัวใจ ภาวะใกล้หมดประจำเดือน สิ่งเหล่านี้ทำให้เหงื่อออกมาก ส่วนโรคผิวหนังไม่ว่าจะเป็นผด ผื่น สะเก็ดเงิน ผิวหนังแตกหยาบ ไมเกรนจะทำให้เหงื่อออกน้อย

อ้างอิง   นิตยสารชีวจิต ฉบับวันที่ 16 พศจิกายน 2551
และ       http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%87%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD

สมุนไพรบำรุงสุขภาพผม

ไปอ่านเจอ เห็นว่าเป็นเคล็ดลับ ทำได้เองง่ายๆ เลยเอามาฝากจ้า..^^

ผมร่วง เชิญทางนี้
ใครที่ผมร่วงเป็นหย่อม ๆ สระทีผมหลุดออกมาเป็นกระจุก ปล่อยไว้เสี่ยงหัวล้านแน่ รีบหาน้ำมันมะกอกมาทาผมให้ทั่วแล้วนวดศีรษะทำสักพักค่อยล้างออกด้วยสบู่ หรือแชมพู ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ไม่เกิน 1 เดือนผมจะค่อย ๆ หยุดร่วง
รังแค กวนใจไม่หยุดหย่อน
เมืองไทยคงไม่มีวันมีหิมะตกแน่ ๆ เพราะฉะนั้นใครมีรังแค ไหนจะเสียบุคลิก ไหนจะคันแย่ แนะนำผลมะคำดีควายทุบพอแหลก ต้มในน้ำให้เดือด นำน้ำที่ได้สระผมสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะทำให้หนังศีรษะสะอาด ป้องกันการเกิดรังแค แถมแก้โรคชันตุได้อีกด้วย ส่วนใครที่มีอาการคัน ให้นำว่านหางจระเข้ปลอกเปลือก เอาแต่ส่วนที่เป็นวุ้นมาบดประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ เวลาสระผมให้ขยี้วุ้นว่านหางจระเข้ทาให้ทั่วผมทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที ล้างออกให้สะอาด ช่วยบำรุงหนังศีรษะ ลดอาการคันได้ชะงัด
ยี้ มีเหามารังควาน
สูตรเดิมที่เคยรู้ใบน้อยหน่ายังใช้ได้อยู่ เด็ดมาสัก 8 ใบ โขลกให้ละเอียดผสมน้ำ ทาผมให้ทั่ว เอาผ้าคลุมทิ้งไว้สักครึ่งชม.ค่อยล้างออก สระผมตามอีกครั้ง แต่ระวัง! น้ำน้อยหน่าเข้าตา ขอเตือนว่าแสบมาก ใครไม่มีใบน้อยหน่าแนะนำให้ใช้ใบสะเดาแก่ ๆ แทนได้ วิธีการเหมือนกันเป๊ะ
นอกจากนี้ ยังมีสมุนไพรอีกมากที่เป็นประโยชน์กับเส้นผมและหนังศีรษะ ต่อไปก่อนซื้อแชมพู อ่านส่วนผสมก่อนว่ามีที่เราต้องการหรือยัง ?
ผมมัน : เลือกสารสกัดจากธรรมชาติ พวก แตงกวา กระเพรา เบอร์กามอท และจูนิเปอร์ ช่วยลดความมันเยิ้มของหนังศีรษะ เส้นผมหลีบแบนได้ ผมแห้ง : เลือกสารสกัดจากดอกกล้วยไม้ กระเพรา โสม ขิง ช่วยให้ผมแห้งเสียกลับมามีน้ำหนัก สปริงตัวสวยอีกครั้ง ผมแตกปลาย : เกิดจากใช้แชมพูที่มีกรดหรือด่างมากเกินไป เลือกสารสกัดจากตะไคร้ น้ำมันมะกอก ลูกมะกรูด ลดอาการแตกปลายได้ ผมธรรมดา : นับว่าเป็นคนโชคดีสุด ๆ แต่ต้องไม่ลืมบำรุงสม่ำเสมอ ไม่งั้นสภาพผมอาจแย่ได้ เลือกที่มีสารสกัดดอกฮอลลี่ฮ็อก กระเพรา อัญชัน มะกรูด ช่วยให้ผมดกดำ เงางามยิ่งขึ้น
เห็นไหมว่า สมุนไพรไทย ภูมิปัญญาไทย เจ๋งจริง.

ขอบคุณ ข้อมูลจากเว็บสมุนไพรดอทคอม
ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554

cranberryเบอรี่มหัศจรรย์

แครนเบอรี่สกัดเข้มข้น จำเป็นโดยเฉพาะผู้หญิง ช่วยป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ป้องกันฟันผุและโรคเหงือกอักเสบ

มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ออกมายืนยันว่าแครนเบอร์รี่ ให้ประโยชน์ต่อร่างกายมาก ไม่ว่าบริโภคแบบไหนรวมถึงการนำมาทำอาหาร  แยมหรือแม้แต่ น้ำแครนเบอร์รี่ หรือในปัจจุบันมีการผลิตมาให้อยู่ในรูปของอาหารเสริมแบบแคปซูล-ซอฟเจล 

*แครนเบอร์รี่ คือหนึ่งในผลไม้มหัศจรรย์ช่วยต้านการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ จากงานวิจัยล่าสุดพบว่าช่วยป้องกันโรคเหงือก และแผลในช่องท้องได้ ผลงานวิจัยโดยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดระบุว่า การดื่มน้ำแครนเบอร์รี่วันละ 300 มิลลิลิตร จะช่วยลดจำนวนแบคทีเรียในปัสสาวะลงได้ แครนเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย จึงมีสรรพคุณในการรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

โดยลักษณะของแครนเบอร์รี่ ที่ให้ผลทางการป้องกันการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจจะอยู่ในรูปของน้ำแครนเบอร์รี่หรือในรูปซอฟเจล จากการศึกษาในกลุ่มของผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์กับการรักษาอาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ พบว่าสามารถลดอัตราการติดเชื้อได้ถึง 50%
แครนเบอร์รี่เป็นเบอรี่ที่มีวิตามินซีสูง  นอกจากนี้ วิตามินซีในแครนเบอร์รี่ยังช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้นขึ้น แครนเบอร์รี่นั้นอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารฟลาโวนอยด์ที่ชื่อแอนโธไซยานิดินส์ (Anthocyanidins) สามารถเสริมสร้างและฟื้นฟูคอลลาเจนได้

ขอบคุณ*http://www.sciencedaily.com/releases/2004/04/040429054703.htm

สำหรับคุณสมบัติในการป้องกันฟันผุจากแครนเบอรี่ ขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเหตุใดผลไม้ชนิดนี้จึงมีคุณประโยชน์ในการปกป้องฟันผุ

**ในวงการแพทย์ ได้ยอมรับกันอย่างกว้างขวางแล้วว่า แครนเบอร์รี่ไม่ว่าจะเป็นในรูปของน้ำผลไม้ แคปซูล ชงดื่ม ต่างก็ให้ประสิทธิภาพในการรักษาและป้องกันโรคเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะ และอวัยวะภายในช่องท้องของสตรี สตรีที่มักประสบปัญหาการอั้นปัสสาวะและเกิดการอักเสบขื้นภายใน เมื่อได้รับประทานแครนเบอรี่อย่างน้อยเพียง 2 วัน ก็จะเห็นผล นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น จากการวิจัยใหม่ยังยกให้แครนเบอร์รี่เป็นตัวการสาคัญในการยับยั้งและรักษาการเกิดก้อนหิน ในไต ช่วยลดกรดไขมันในเส้นเลือด (ไขมันเลว) ช่วยให้ร่างกายสามารถคืนสู่ปกติได้หลังจากอาการชัก และสำคัญกว่านั้นคือช่วยในด้านการป้องกันมะเร็ง
cranberryไม่ใช่ยา แต่เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติซึ่งมาจากผลแครนเบอร์รี่ที่ปลูกในแถบอเมริกาเหนือ จึงสามารถรับปะทานได้โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ
รักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ ติดเชื้อ ในท่อปัสสาวะ  ขจัดกลิ่นในปัสสสาวะ (ช่วยให้อวัยวะเพศสะอาด)  รักษาและป้องกันเกี่ยวกับโรคที่มาจากเชื้อแบคทีเรีย

ในผลแครนเบอร์รี่ประกอบด้วยสารแอนตี้ออกซิเดนซ์จำนวนมากจึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งยังช่วยให้ผิวพรรณเกลี้ยงเกลา
**ขอบคุณ http://www.vcharkarn.com/vblog/39720