หน้าเว็บ

hello

hello
ยินดีต้อนรับสู่บ้านของเราค่ะ

วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เมลาโทนิน กินนานๆแล้วติดไหม

นาทีนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ใครๆก็รู้จักเมลาโทนิน 
โดยเฉพาะท่านที่มีปัญหาด้านการนอนหลับ 
หลับไม่ลึก หลับยาก หรือหลับแล้วชอบตื่นกลางคืนและนอนต่อไม่ได้

การผลิตเมลาโทนินธรรมชาติลดลงตามอายุและลดลงเพราะ
มีความเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการนอนหลับโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุ
   บางท่านก็เรียกเมลาโทนินว่าวิตามินชะลอวัย เอ๊ะยังไงกัน

"เมลาโทนินเป็นฮอร์โมนที่ผลิตจากสารเซโรโทนิน (Serotonin) 
ที่เซลล์ไพเนียล ( pinealocytes) ซึ่งอยู่ในต่อมไพเนียล (pineal gland) 
เป็นส่วนหนึ่งของสมองส่วนกลาง และช่วยการกระตุ้นการปรับเปลี่ยนระบบนาฬิกาของร่างกาย 
(circadian rhythm) 
เมลาโทนินเหนี่ยวนำให้เกิดการนอนหลับลึก 
ช่วยกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth hormone) 
ความผิดปกติเรื้อรังของการนอน อาจทำให้หยุดการเจริญเติบโตก่อนเวลาอันควร 
ประโยชน์ด้านอื่น ๆ ของเมลาโทนินยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ 
แต่ก็ไม่สามารถรักษาโรคได้ ที่สำคัญยังมีผลต่อระบบสืบพันธุ์ (
gonad: ทำให้ต่อมบ่งเพศเล็กลง 
ในที่นี้คือ รังไข่ในเพศหญิง และอัณฑะในเพศชาย) 
และการควบคุมกระบวนการทางชีวภาพและการเกิดอนุมูลอิสระ 
ดังนั้นจึงต้องคำนึงถึงการใช้เมลาโทนิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลด (หรือเพิ่มขึ้น) 
ของปริมาณของเมลาโทนินในเลือด
ทำให้เกิดปัญหาการนอนหลับหรือความผิดปกติของวงจรการหลับและการตื่นในรอบวัน"
[จากwikipedia]
+++++++++++++++++++++++
ในเชิงความรู้คร่าวๆแล้ว ทีนี้ในทางการทานแบบจริงๆของผู้เขียนนะคะ
ขอบอกก่อนว่า ทั้งหมดคือการทดลองของตัวเอง
ซึ่งไม่เคยทานยานอนหลับ เพราะงั้นบางท่านที่เคยทานยานอนหลับ
อาจไม่มีผลเหมือนกับตัวผู้เขียนนะคะ
++++++++++++++++++++++
เริ่มทานเมลาโทนินกระปุกแรกมาตั้งแต่เกือบ 10ปีที่แล้ว
เนื่องจากเป็นคนเดินทางบ่อย และนอนหลับยาก
ชอบท่องเที่ยวแบบแบ็คแพ็คเกอร์ และนอนห้องรวมในเกสเฮ้าส์
แบบที่เรียกว่า dormitory 
บางที่เพื่อนร่วมห้องขี้เกรงใจก็ดีไป 
บางที่เจอเพื่อนร่วมห้องเมากลับเข้ามา คืนนั้นก็นรกเลยค่ะ
ดังนั้นเมลาโทนินจึงเป็นตัวช่วยอย่างดี ที่ทำให้รอดพ้นจากนรกน้อยๆ
++++++++++++++++++++
ทานปุ๊ปหลับเลยหรือเปล่า
ขอตอบว่า ไม่เคยรู้สึกแบบนั้นค่ะ
รู้สึกแค่ว่า พอทานแล้ว เราเข้านอนแล้วทำตัวสบายๆสักพักก็หลับไม่รู้เรื่อง
แต่มีบางครั้ง มีเพื่อนต่างชาติชวนคุย ก็ไม่หลับค่ะ..แปลกดี
เอาเป็นว่าอาการน็อคแบบการทานยานอนหลับนั้น เมลาโทนินไม่เป็นค่ะ
+++++++++++++++++++++
ทานแล้ว ตอนเช้าๆจะตื่นไหม จะหลับยาวเกินไปไหม
ขอตอบว่า ขึ้นอยู่กับเราเลยค่ะ เราตั้งนาฬิกากี่โมง ตื่นตอนนั้นได้เลย
ไม่มีอาการแฮงค์ หรือหัวหนัก หรือเพลีย
+++++++++++++++++++++++
ทานไปเรื่อยๆจะติดไหม
ตอบว่า ไม่เลยค่ะ
มินดี้ทานมา 8 ปีก็จริง แต่ไม่ใช่เป็น 8 ปีของการทานทุกวัน
บางช่วงทิ้งห่างไป3-4เดือน ทาน2-3วัน
บางช่วง ทิ้งห่างไป6เดือนก็มีค่ะ
แต่ช่วงแรกๆ ทานต่อเนื่องค่อนข้างนานเป็นเดือนนะคะ
เพราะต้องการจะปรับร่างกายให้นอนหลับเป็นเวลา
เท่าที่จะทำได้น่ะค่ะ
ก็ขอสารภาพตามตรงค่ะ ว่ามินดี้เองก็กลัวติดเหมือนกัน
แต่จากประสบการณ์อันยาวนาน ได้พิสูจน์ว่า
ทั้งหมดทั้งปวง อยู่ที่ใจเราค่ะ
+++++++++++++++++++++++++++

เดี๋ยวนี้หลับง่ายขึ้น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าส่วนนึงเป็นเพราะเมลาโทนินรึเปล่า
..........................................................
   
ในหลายๆประเทศ อย่างอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีและประเทศทางแถบยุโรป 
สามารถหาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วๆไปค่ะ 
เพราะทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการทานยานอนหลับ

(แต่ที่ไทยที่อย.ไทยยังไม่รับรองนะคะ 
อยากได้คงต้องจ้างร้านหิ้ว หิ้วเข้ามาก่อนค่ะ)
 ราคาไม่แพงเลย มีทั้ง3มก. 5มก.10มก.
เท่าที่อ่านจากเว็บของอเมริกา เค้าแนะนำว่า
โดสที่อยู่ในขั้นปลอดภัยมากๆอยู่ที่ 3 มก.ค่ะ
ซึ่งมินดี้ทานโดสนี้ ไม่ได้ทานมากไปกว่านี้ค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2555

Milk Thistle Silymarin ปกป้องตับจากสารพิษ

หมู่นี้กระแสดีท็อกซ์ตับมาแรงค่ะ
ใครๆก็อยากดีท็อกซ์ตับโดยเฉพาะคนที่เสี่ยงกับการรับสารพิษ
เข้าไปสะสมในตับค่ะ
มิ้ลค์ทิสเซิ่ล เป็นอาหารเสริมดีท็อกซ์ตับตัวหนึ่ง 
ซึ่งเริ่มมีผู้นำมาใช้ค่อนข้างแพร่หลาย
โดยเฉพาะท่านที่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่เป็นประจำ
Milk Thistle จะช่วยได้มาก เนื่องจากตับจะมีความเสื่อมลง  
เพราะตับเป็นเครื่องกรองของเสียที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย 

เมล็ดของต้นMilk Thistle เป็นยารักษาตับ 
ซึ่งมีสารออกฤทธิ์ชื่อว่า Silymarin 
สารตัวนี้ทำหน้าที่เหมือน Antioxidant ที่ดี  
และMilk Thistleยังเสริมให้การทำงานของตับแข็งแรงและทำงานดีขึ้น

นอกจากนี้การเป็นโรคที่เกี่ยวกับตับจะทำให้ลมหายใจมีกลิ่นอีกด้วย
อันนี้เรื่องใหญ่นะคะ อาจทำให้สาวๆหนุ่มๆ ชิ่งห่าง
เพราะกลิ่นเหม็นๆที่บางทีเราอาจไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงก็ได้


Milk Thistle ยังช่วยปกป้องตับจากการทำเคมีบำบัดในผู้ป่วยโรคมะเร็ง 
ช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้นและเร่งขับสารพิษที่ตกค้างในร่างกาย
Milk Thistleช่วยลดอาการอักเสบ ของโรคสะเก็ดเงินได้

และด้วยการที่ Milk Thistle สามารถขับสารพิษและลดอาการอักเสบของผิวได้
ในอีกทางเลือกของผู้ที่ทานอาหารเสริม จะทานมิ้ลทิสเซิ่ล
เพื่อขับสารพิษและลดอาการอักเสบของสิวค่ะ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ใช้ตัวเดียวอาจจะเห็นผลช้าไป
เค้าจึงจับคู่ กับอัลฟาไลโปอิก เพื่อช่วยเร่งซะเลย
+++++++++++++++++++++++
ทีนี้เป็นเรื่องค่ะ
พอมิ้ลทิสเซิ่ล ไปอยู่กับอัลฟาไลโปอิก ซึ่งสรรพคุณอย่างนึง
ของอัลฟาไลโปอิกคือ เมื่อทานคู่กับอาหารเสริมต้านอนุมูลอิสระ
และยิ่งเป็น ตัวที่ไปเพิ่มการทำงานของกลูตาไธโอนในร่างกาย
แบบธรรมชาติแล้ว
ผลข้างเคียงที่ได้รับคือ ผิวกระจ่างใสขึ้น
ทีนี้ คนที่ไม่ได้ทานเหล้าสูบบุหรี่่ ก็หันมาทานมิ้ลทิสเซิ่ลแทนกลูตาก็มีค่ะ
++++++++++++++++++++++
อย่างไรก็ตาม
จะทานอะไร มินดี้ไม่อยากให้ทานตามกระแสนะคะ
เลือกทานตัวที่เหมาะกับเรา เหมาะกับปัญหาเรา
และหาข้อมูลเยอะๆนั่นละ ดีที่สุดค่ะ^^


วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554

คุยกันเรื่อง shea butterเชียร์บัตเตอร์

บทความจากเฟสบุคค่ะ

หลายปีก่อน มินดี้ไปเยี่ยมพ่อแม่และน้องที่อเมริกา สมัยที่ยังอยู่แอตแลนตา เจอshea butter ที่บ้าน วางเต็มหน้ากระจก พอเข้าห้องอาบน้ำก็เจอพวกสบู่สีดำๆ วางอยู่ ถามที่บ้านได้ความว่า ช่วงนี้เค้ากำลังเห่อสินค้าของคนแอฟริกา เนื่องจากอากาศแถบแอตแลนตาค่อนข้างหนาว และพอหน้าร้อนก็จะร้อนมากๆ สินค้าแนวธรรมชาติๆแถบแอฟริกาจึงเป็นที่นิยมทั้งคนผิวสีและคนขาวในอเมริกาค่ะ
น้องสาวบอกว่าดูผิวคนแอฟริกาซิ สวยมาก ริ้วรอยก็มาช้า ผิวเนียนจนแก่ 
(อย่าว่าโง้นงี้เลยนะคะคุณแม่นี้กระ ฝ้าเต็มตัว 
ใช้สบู่แอฟริกามา2-3ปีแล้ว กลับไทยทีมีแต่คนถามว่าไปทำอะไรมา 
เค้าต้องตัดสบู่ที่แบกมาเป็นก้อนเล็กๆแบ่งให้ญาติไปใช้ฟอกหน้ากัน 555)
เข้าเรื่องดีกว่า ..............
จริงๆจะต้องอ่านว่าเชบัตเตอร์ 
แต่ถ้าไม่พิมพ์เชียร์บัตเตอร์ก็กลัวจะไม่มีใครรู้จักอ่ะค่ะ ตัวนี้เป็นที่นิยม
สำหรับสาวๆ ในประเทศที่อากาศแห้งมากๆค่ะ 
เพราะนำความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิวได้รวดเร็ว
2ปีที่แล้ว เชบัตเตอร์ของเครื่องสำอางค์ฝรั่งเศสยี่ห้อนึง 
มีช็อปในไทยด้วย โด่งดังมาก ถึงขนาดขาดตลาดกันทีเดียว แม่ค้า+แอร์ หิ้วมาขายกันเป็นว่าเล่น กระแสของเชียร์บัตเตอร์ในไทยดีขึ้นเรื่อยๆค่ะ ขนาดประเทศเราร้อนมากๆนะคะ
shea butterมาจากธรรมชาติ มาจากผลของ ต้นเชียร์ 
ซึ่งปลูกในตะวันตกของทวีป Africa  นำมาทุบหรือบด แล้วนำมาต้มกับน้ำ 
จนกระทั่ง เนื้อเนยหรือ บัตเตอร์ แยกตัวอยู่บนสุด เค้าใช้กันมาเป็นร้อยๆปีค่ะ

ช่วยลดรอยแผล รอยแห้ง รอยสากๆจากแสงแดด ลม ความร้อนได้ 
เมืองไทยเราอากาศร้อน เราใช้ทาแค่บางจุดที่แห้งๆก็พอค่ะ 
แต่ที่ต่างประเทศ ยิ่งประเทศอากาศแห้งๆแล้ว ยิ่งจำเป็นอย่างมากค่ะ

ข้อเสียก็มีค่ะ คือ ช่วงที่ทาเชียร์บัตเตอร์ที่เป็นน้ำมันเข้าผิว 
จะเหนียว ต้องให้เวลาที่เชียร์บัตเตอร์จะซึมเข้าผิวนิดหนึ่ง 
บางคนจะไม่ชอบกลิ่นธรรมชาติๆ ของเชียร์บัตเตอร์ 
ญี่ปุ่นเค้าเลยผลิตแบบ80%ที่ผสมกลิ่นหอมๆให้ใช้กันง่ายขึ้นค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2554

นมผึ้ง..อาหารผึ้งนางพญาสู่ความงามของผิวพรรณ

นมผึ้งก็คือ อาหารของผึ้งนางพญา และตัวอ่อนของผึ้ง ซึ่งนมผึ้งนี้ ผลิตจากต่อม Hypopharyngeal ที่อยู่ในส่วนหัวของผึ้งงาน แล้วนำไปเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงราชินีและบรรดาตัวอ่อนของผึ้ง ซึ่งจะช่วยให้ราชินีผึ้งมีอายุยืนและและบรรดาตัวอ่อนของผึ้งก็จะค่อยๆ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ

สารอาหารในนมผึ้งหรือรอยัลเจลลี่ เกสรผึ้ง น้ำผึ้ง มี 58 ชนิดของสารอาหารหลัก 5 หมู่รวม 63ชนิดที่จำเป็นต่อร่างกายมนุษย์

คุณประโยชน์ของนมผึ้ง

1.กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศหญิงและชายให้สมดุล  และเพิ่มสรรถภาพในการสร้างสเปริม์และช่วยให้การสุกของไข่ในสตรีจะมีประจำเดือนมาไวและหมดประจำเดือนช้าลง  ผลคือ  คงความสาวหนุ่มได้นานกว่าปกติ และเพิ่มสมรรถภาพทางเพศให้คงอยู่ได้นาน

ช่วยบรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือน จนถึงวัยหมดประจำเดือนของผู้หญิง

2.นมผึ้งดีต่อระบบประสาท ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น เพราะในนมผึ้งมีกรดสำคัญที่มีชื่อว่า  Decenonic acid  ซึ่งเป็นกรดจากธรรมชาติ และมีวิตามินบี ซึ่งในวิตามินบีจะมี ไธอามีน ไรโบฟลาวิน ไบโอติน ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด และช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น สงบขึ้น

ช่วยบำรุงสมองให้มีสติปัญญาดีขึ้น มีความจำดีขึ้น

3.นมผึ้งช่วยคงความอ่อนเยาว์ ชะลอวัย ช่วยบำรุงผิวพรรณ ร่างกายเราจะปรับตามฮอร์โมนที่เรามีตามธรรมชาติ แถมยังให้ผลข้างเคียงน้อยกว่าด้วย  ผิวพรรณจึงดูสดใสขึ้น 

4.  นมผึ้งช่วยลดการอักเสบของข้อและเนื้อเยื่อต่างๆ  มีผลเหมือนสารสเตียรอยด์ แต่ไม่มีอันตรายและผลข้างเคียง

5.  ช่วยให้หัวใจเต้นสม่ำเสมอ  ทำให้สูบฉีดโลหิตหมุนเวียนแบบธรรมชาติ คนสูงอายุหรือผู้ป่วยจะรู้สึกสดชื่นขึ้นแข็งแรงกระปรี้กระเปร่าขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ไข่ตก..สมาธิตก

ปกติผู้หญิงมักเกิดอาการเหวี่ยงและหิวบ่อยขึ้นในช่วงมีประจำเดือน(อันเป้นช่วงไข่ตก) แต่มันอาจไม่ใช่ แค่นี้แล้วก็ได้ เพราะมีผู้พบว่า ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่พุ่งสูงในช่วงไข่ตกนั้นมีผลต่อสมาธิของสาวๆด้วย  ทั้งนี้ ดร.เวย์ เบรก(Wayne Brake)ผู้เขียนหนังสือ Brain and cognition เผยว่า ในช่วงไข่ตกผู้หญิงอาจเรียนรู้งานใหม่ๆ ได้ล่าช้าลง เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนไปรบกวนการทำงานของศูนย์กลางการเรียนรู้ของสมอง  ทักษะในโฟกัสจึงลดต่ำลง  ดังนั้นสาวๆอาจต้องเปลี่ยนมาทำงานที่มีเนื้องานซับซ้อนและต้องการสมาธิในช่วงอื่นแทน

ข้อมูลจากนิตยสาร women ‘s health ฉบับเดือน พค.2011