หน้าเว็บ

hello

hello
ยินดีต้อนรับสู่บ้านของเราค่ะ

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554

คุยกันเรื่อง shea butterเชียร์บัตเตอร์

บทความจากเฟสบุคค่ะ

หลายปีก่อน มินดี้ไปเยี่ยมพ่อแม่และน้องที่อเมริกา สมัยที่ยังอยู่แอตแลนตา เจอshea butter ที่บ้าน วางเต็มหน้ากระจก พอเข้าห้องอาบน้ำก็เจอพวกสบู่สีดำๆ วางอยู่ ถามที่บ้านได้ความว่า ช่วงนี้เค้ากำลังเห่อสินค้าของคนแอฟริกา เนื่องจากอากาศแถบแอตแลนตาค่อนข้างหนาว และพอหน้าร้อนก็จะร้อนมากๆ สินค้าแนวธรรมชาติๆแถบแอฟริกาจึงเป็นที่นิยมทั้งคนผิวสีและคนขาวในอเมริกาค่ะ
น้องสาวบอกว่าดูผิวคนแอฟริกาซิ สวยมาก ริ้วรอยก็มาช้า ผิวเนียนจนแก่ 
(อย่าว่าโง้นงี้เลยนะคะคุณแม่นี้กระ ฝ้าเต็มตัว 
ใช้สบู่แอฟริกามา2-3ปีแล้ว กลับไทยทีมีแต่คนถามว่าไปทำอะไรมา 
เค้าต้องตัดสบู่ที่แบกมาเป็นก้อนเล็กๆแบ่งให้ญาติไปใช้ฟอกหน้ากัน 555)
เข้าเรื่องดีกว่า ..............
จริงๆจะต้องอ่านว่าเชบัตเตอร์ 
แต่ถ้าไม่พิมพ์เชียร์บัตเตอร์ก็กลัวจะไม่มีใครรู้จักอ่ะค่ะ ตัวนี้เป็นที่นิยม
สำหรับสาวๆ ในประเทศที่อากาศแห้งมากๆค่ะ 
เพราะนำความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิวได้รวดเร็ว
2ปีที่แล้ว เชบัตเตอร์ของเครื่องสำอางค์ฝรั่งเศสยี่ห้อนึง 
มีช็อปในไทยด้วย โด่งดังมาก ถึงขนาดขาดตลาดกันทีเดียว แม่ค้า+แอร์ หิ้วมาขายกันเป็นว่าเล่น กระแสของเชียร์บัตเตอร์ในไทยดีขึ้นเรื่อยๆค่ะ ขนาดประเทศเราร้อนมากๆนะคะ
shea butterมาจากธรรมชาติ มาจากผลของ ต้นเชียร์ 
ซึ่งปลูกในตะวันตกของทวีป Africa  นำมาทุบหรือบด แล้วนำมาต้มกับน้ำ 
จนกระทั่ง เนื้อเนยหรือ บัตเตอร์ แยกตัวอยู่บนสุด เค้าใช้กันมาเป็นร้อยๆปีค่ะ

ช่วยลดรอยแผล รอยแห้ง รอยสากๆจากแสงแดด ลม ความร้อนได้ 
เมืองไทยเราอากาศร้อน เราใช้ทาแค่บางจุดที่แห้งๆก็พอค่ะ 
แต่ที่ต่างประเทศ ยิ่งประเทศอากาศแห้งๆแล้ว ยิ่งจำเป็นอย่างมากค่ะ

ข้อเสียก็มีค่ะ คือ ช่วงที่ทาเชียร์บัตเตอร์ที่เป็นน้ำมันเข้าผิว 
จะเหนียว ต้องให้เวลาที่เชียร์บัตเตอร์จะซึมเข้าผิวนิดหนึ่ง 
บางคนจะไม่ชอบกลิ่นธรรมชาติๆ ของเชียร์บัตเตอร์ 
ญี่ปุ่นเค้าเลยผลิตแบบ80%ที่ผสมกลิ่นหอมๆให้ใช้กันง่ายขึ้นค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น